| ระบบข้อมูลสารสนเทศทุนวิจัย |
|
|
|
 |
 |
 |
| ระบบสมาชิก |
|
สมาชิกทั้งหมด 101 คน |
สมาชิกที่กำลังออนไลน์ 0 คน |
|
|
 |
 |
 |
|
|
 |  |  |
|
|

 |
|
 |
|
| หมวดหมู่ : กลุ่มพัฒนาผู้เรียน |
 |
|
เรื่อง : การใช้เทคโนโลยีในปัจจุบัน |
|
blog name : thanachit
|
ระดับ : [ มือใหม่ ]
|
| เข้าชม : 858 |
พฤหัสบดี ที่ 19 เดือน มีนาคม พ.ศ.2563
|
|
|
|
|
ให้นักศึกษาสืบค้นเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีในปัจจุบัน ด้านการศึกษา ด้านการแพทย์ ด้านนวัตกรรมสิ่งใหม่เพื่อสร้างประโยชน์ให้สังคมชาติ
เทคโนโลยีทางการแพทย์ (Medical Technology)
เทคโนโลยีทางการแพทย์ หมายถึง วิทยาการที่เกี่ยวกับศิลปะในการนำเอาวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อมนุษย์ในด้านการแพทย์ เช่น การตรวจ การรักษาพยาบาล และการป้องกันโรค ด้วยวิธีการต่าง ๆ ตัวอย่างเทคโนโลยีทางการแพทย์ ได้แก่
-
การพัฒนาเครื่องมือและอุปกรณ์
1.1 เพื่อการตรวจและวินิจฉัยโรค โดยอาศัยความรู้ด้านวิศวกรรมเป็นหลักในการผลิตเครื่องมือและอุปกรณ์ต่าง เช่น เครื่องเอกซเรย์ เครื่องอุลตราซาวด์ เครื่องตรวจการทำงานของหัวใจ เครื่องควบคุมการให้ออกซิเจนในระหว่างการผ่าตัด เป็นต้น
1.2 เพื่อการรักษาพยาบาล ยกตัวอย่าง เช่น มีดผ่าตัดเลเซอร์ เครื่องกรอคราบหินปูนที่ฟันโดยคลื่นเสียงความถี่สูง เครื่องนวดคลายความเมื่อยล้าโดยคลื่นเสียงความถี่สูง เครื่องฉายรังสี เครื่องกระตุ้นการทำงานของหัวใจ แว่นตา คอนแทกเลนส์ การสร้างอวัยวะเทียม เป็นต้น
1.3 เพื่อการป้องกันโรค เช่น การสร้างเตาอบและตู้อบฆ่าเชื้อ เครื่องฉายรังสี อุปกรณ์สำหรับการสวมครอบหรือสอดใส่เข้าไปในรูหู
2. การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการผลิตยา สาร หรือวิธีการที่ใช้ในทางการแพทย์ ในการพัฒนาบางครั้งต้องอาศัยเทคโนโลยี เทคนิค และวิธีการต่างๆ เช่น เทคโนโลยีชีวภาพ และเทคนิคทางด้านวิศวกรรม ได้แก่ การพัฒนาวิธีการเพาะเลี้ยงเชื้อซึ่งเก็บตัวอย่างมาจากผู้ป่วย ,การสร้างเด็กหลอดแก้ว ,การหาสาเหตุและการรักษาโรคที่เกิดจากความบกพร่องทางพันธุกรรม ,อุตสาหกรรมการผลิตยา ,การผลิตเซรุ่ม ,การผลิตวัคซีนป้องกันโรค
หนึ่งในวงการที่เทคโนโลยีเข้าไปมีบทบาทและพลิกวิธีการทำงานของผู้คน คือ วงการสุขภาพ เทคโนโลยีได้กลายมาเป็นเครื่องมือที่ช่วยส่งเสริมงานด้านการรักษาโรคภัยไข้เจ็บและการป้องกันดูแลสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ตัวอย่างเทคโนโลยีการแพทย์
1.Capsule Endoscope เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการตรวจและวินิจฉัยโรค ลักษณะเป็นแคปซูล ใช้เมื่อมีข้อสงสัยต่างๆเกี่ยวกับโรคภายในลำไส้ เป็นอุปกรณ์ที่มีความแม่นยาใน การตรวจมากและผู้ป่วยจะไม่เจ็บตัวจากการตรวจเว้นแต่จะมีการเคยผ่าตัดมาก่อน ควรได้รับคาแนะนาจากแพทย์หากเกิดกรณีดังกล่าว
2.Magnetic resonance imaging เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการตรวจและวินิจฉัยโรคเป็นการตรวจโดยใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเพื่อตรวจหาโรคในสมอง ระบบกระดูก หลอดเลือด และความ ผิดปกติของเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อ เป็นอุปกรณ์ที่มีความละเอียดสูงสามารถตรวจเนื้อเยื่ออ่อนที่อยู่ในกระดูกได้แต่ก็มีข้อยกเว้นในเรื่องของขนาดตัวของผู้ป่วยที่ใหญ่ เกินไปและในระหว่างการตรวจจะมีเสียงที่ดังรบกวนหากผู้ป่วยมีความเกร็งและกลัวอาจทำให้ได้ภาพที่ไม่สมบูรณ์ จำเป็นต้องตรวจสอบใหม่ในหลายกรณี
3.Ultrasound เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้ในการตรวจและวินิจฉัยโรคโดยนาคลื่นเสียงที่ใช้ใน การตรวจอวัยวะต่างๆภายในร่างกาย เพื่อดูความผิดปกติทั่วไป เช่นการดูเพศ ความ ผิดปกติของทารกในครรภ์ ความเปลี่ยนแปลงของรอยโรค โรคทั่วไปเช่นนิ่วในไต ใน ส่วนนี้ทำให้มีค่ำใช้จ่ำยที่น้อยกว่ำกำรเอ็กซเรย์ซึ่งมีอันตรำยที่น้อยกว่ำด้วยเช่นกันทั้ง ยังได้ภำพเคลื่อนไหวในเวลำนั้นๆได้อีกด้วย แต่ก็มีข้อจำกัดที่ไม่สำมำรถตรวจอวัยวะ ที่มีลม เช่น ปอด หรืออวัยวะที่เป็นกระดูกและส่วนที่มีกระดูกบังได้
4.Digital Fluoroscopy เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้ในการตรวจและวินิจฉัยโรค เป็นการเอ็กซเรย์ร่วมกับ สารทึบรังสี ใช้เมื่อมีอาการกลืนลาบาก แสบร้อนลิ้นปี่ จุกเสียดแน่นท้อง โดยจะได้ ภาพที่ชัดเจนแม่นยาสามารถรู้ความผิดปกติได้ในช่วงเวลานั้นๆแต่ผู้ป่วยที่มีภาวะแพ้ แป้งแบเรียมซัลเฟตจะไม่สามารถตรวจด้วยเครื่องมือนี้ได้
5.หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด เป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้ในการรักษาพยาบาล โดยการใช้หุ่นยนต์ช่วยในการผ่าตัด ทั้งในบริเวณเสี่ยงภัย บริเวณถิ่นทุรกันดารแม้กระทั่งในสงคราม ทั้งนี้ความแม่นยาในการทางานของหุ่นยนต์ยังช่วยให้แผลในการผ่าตัดเล็ดลง และผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วแต่ก็เป็นบ่อเกิดของการทาให้ความสามารถของศัลยแพทย์ลดลง เนื่องจากขาดความอ่อนแข็งจากการสัมผัสเนื้อเยื่อที่เป็นโรคแลเนื้อเยื่อดี จากการใช้หุ่นยนต์ในการผ่าตัดแทน
สรุป
เทคโนโลยีทางการแพทย์ คือ กระบวนการ วิธีการนำเอาความรู้ แนวคิด หรือผลิตกรรมทางวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ มาประยุกต์ใช้อย่างเป็นระบบ เพื่อให้การดำเนินงานทางการแพทย์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมีความสำคัญต่อสุขภาพและการดำรงชีวิต เช่น เพื่อความสะดวกในการดูแลและรักษาชีวิตของมนุษย์และสัตว์ทั้งเพื่อความแม่นยำ ในการวินิจฉัยโรคต่างๆ และผลิตตัวยาชนิดใหม่อีกทั้งยังสามารถทำให้มนุษย์ดำรงเผ่าพันธุ์อยู่ได้ยาวนานยิ่งขึ้นเทคโนโลยีทางการแพทย์มีเพื่อรักษาและเยียวยา ทั้งด้านร่างกายจิตใจของทั้งมนุษย์และสัตว์ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการดำรงชีวิตและการดารงเผ่าพันธุ์ให้คงอยู่ เทคโนโลยีทางการแพทย์เปรียบเทียบได้กับเครื่องมือที่ใช้ในการปรับตัวในการดำรงเผ่าพันธุ์ เป็นการตอบสนองต่อสิ่งเร้า ผ่านทางอุปกรณ์ที่ทันสมัย เพื่อความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์นั่นเอง
เทคโนโลยีการศึกษา (Educational Technology)
เทคโนโลยีการศึกษา หมายถึง การประยุกต์ใช้สหวิทยาอย่างเป็นระบบเพื่อให้ได้แนวคิด เครื่องมือ เทคนิคและวิธีกาต่างๆ เพื่อนำไปใช้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหา และพัฒนาการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพตามจุดมุ่งหมาย เป็นศาสตร์ที่ประยุกต์ วิชาการต่างๆ มาจัดการเรียนการสอนให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์ได้อย่างมี ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล
เทคโนโลยีการศึกษา เน้นเรื่อง วิธีการ ระบบ และเครื่องมือ เพื่อนำมาใช้ในการจัดการเรียนการสอน เทคโนโลยีการศึกษากับนวัตกรรมการศึกษาดูจะใกล้เคียงกันมาก เนื่องจากนวัตกรรมการศึกษา เป็นการนำเอาสิ่งใหม่ ๆ มาใช้ในการศึกษา ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่เป็นผลผลิตจากการพัฒนาของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ความสำคัญของเทคโนโลยีการศึกษา
1. สามารถทำให้มีการเรียนการสอน การศึกษามีความหมายมากขึ้น ผู้เรียนเรียนได้กว้างขวางมากขึ้น เรียนได้เร็วขึ้น เข้าใจได้อย่างสมบูรณ์ ทำให้ครูมีเวลาให้แก่นักเรียนมากขึ้น
2. สามารถสนองเรื่องความแตกต่างระหว่างบุคคลได้ ผู้เรียนมีอิสระในการเรียนรู้ มีความรับผิดชอบ
3. สามารถทำให้การจัดการศึกษาตั้งอยู่บนรากฐานของวิธีทางวิทยาศาสตร์ ค้นพบวิธีใหม่ๆ และสมเหตุสมผลตามความเปลี่ยนแปลงของสังคม
4. ช่วยให้การศึกษามีพลังมากขึ้น
5. ทำให้การเรียนรู้อยู่แค่เอื้อม
6. ทำให้เกิดความเสมอภาคทางการศึกษา
การนำเอาเทคโนโลยีการศึกษามาใช้ ส่วนใหญ่นำมาใช้ในการแก้ปัญหา ในด้านการศึกษาก็เช่นเดียวกัน เพราะปัญหาทางด้านการศึกษามากมาย เช่น
1. ปัญหาผู้สอน
2. ปัญหาผู้เรียน
3. ปัญหาด้านเนื้อหา
4. ปัญหาด้านเวลา
5. ปัญหาเรื่องระยะทาง
เทคโนโลยีทางการศึกษาแบ่งออกได้ 3 ระดับ ได้แก่
-
ระดับอุปกรณ์การสอน เป็นการใช้เทคโนโลยีในระดับเครื่องช่วยการสอนของครู (Teacher's Aid) เป็นการเร้าความสนใจของนักเรียน การใช้เทคโนโลยีระดับนี้ จะต้องควบคู่ไปกับการสอนของครูตลอดเวลา
2. ระดับวิธีสอน เป็นการใช้เทคโนโลยีแทนการสอนของครูด้วยตนเอง โดยผู้สอนไม่จำเป็นต้องอยู่ในสถานที่แห่งเดียวกับผู้สอนเสมอไป การใช้เทคโนโลยีระดับนี้บทบาทของครูต่อหน้าผู้เรียนลดลง ข้อดีในแง่การจัดกิจกรรม การใช้เครื่องมือ ข้อเสีย คือ ไม่มีความผูกพันระหว่างครูกับผู้เรียน
3. ระดับการจัดระบบการเรียนการสอน เป็นการใช้เทคโนโลยีการศึกษาระดับกว้าง สามารถจัดระบบการศึกษา ตอบสนองผู้เรียนได้จำนวนมาก เทคโนโลยีระดับนี้มีองค์ประกอบที่สำคัญ เช่น งานบริหารการศึกษา งานพัฒนาการศึกษาสื่อการศึกษา เป็นต้น
พระราชบัญญัติเกี่ยวกับเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
สถาบันเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาแห่งชาติได้ให้ความหมายของการศึกษา และเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ตามแนวทางของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 หมวด 9 เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ดังนี้ (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ 2543 : 3-6)
มาตรา 63 รัฐต้องจัดสรรคลื่นความถี่ สื่อตัวนำและโครงสร้างพื้นฐานอื่นที่จำเป็นต่อการส่งวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ วิทยุโทรคมนาคม และการสื่อสารในรูปแบบอื่น เพื่อใช้ประโยชน์สำหรับการศึกษาในระบบ
มาตรา 64 รัฐต้องส่งเสริมและสนับสนุนจัดให้มีแบบเรียน ตำรา วัสดุอุปกรณ์ เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาอื่นอย่างเร่งรัด พัฒนาขีดความสามารถในการผลิต มีเงินสนับสนุน เปิดให้มีการแข่งขันโดยเสรีภาพและเป็นธรรม
มาตรา 65 ให้มีการพัฒนาบุคลากรและผู้ใช้เทคโนโลยี เพื่อให้มีความรู้ความสามารถและทักษะการผลิต รวมทั้งการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม มีคุณภาพและประสิทธิภาพ
มาตรา 66 ผู้เรียนมีสิทธิได้รับการพัฒนาขีดความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาในโอกาสแรกที่ทำได้ เพื่อแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง
มาตรา 67 รัฐต้องส่งเสริมการวิจัยและการพัฒนาการผลิตและเทคโนโลยี รวมทั้งการติดตาม การตรวจสอบ และประเมินผล เพื่อให้เกิดการใช้อย่างคุ้มค่า เหมาะสมกับกระบวนการเรียนรู้ของคนไทย
มาตรา 68 ให้มีการระดมทุนเพื่อจัดตั้งกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง
มาตรา 69 รัฐต้องจัดให้มีหน่วยงานกลาง ทำหน้าที่พิจารณาเสนอนโยบายแผนส่งเสริมและประสานการวิจัยการพัฒนาและการใช้ รวมทั้งการประเมินคุณภาพและประสิทธิภาพของการผลิต และการใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา
คณะกรรมการด้านเทคโนโลยีการศึกษาได้สรุปความสำคัญของเทคโนโลยีการศึกษาดังนี้
1. เทคโนโลยีการศึกษาทำให้การเรียนการสอน มีความหมายมากขึ้น ทำให้ผู้เรียนสามารถเรียนได้กว้างขวาง เรียนได้เร็วขึ้น ทำให้ผู้สอนมีเวลาให้ผู้เรียนมากขึ้น
2. เทคโนโลยีการศึกษาสามารถตอบสนองความแตกต่างของผู้เรียน ผู้เรียนสามารถเรียนได้ตามความสามารถของผู้เรียน การเรียนการสอนจะเป็นการตอบสนองความสนใจและความต้องการของแต่ละบุคคลได้ดี
3. เทคโนโลยีการศึกษาทำให้การจัดการศึกษา ตั้งบนรากฐานของวิธีการทางวิทยาศาสตร์ ทำให้การจัดการศึกษาเป็นระบบและเป็นขั้นตอน
4. เทคโนโลยีการศึกษาช่วยให้การศึกษามีพลังมากขึ้น การนำเทคโนโลยีด้านสื่อเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งที่จะทำให้การศึกษามีพลัง
5. เทคโนโลยีการศึกษาทำให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้อย่างกว้างขวาง และได้พบกับสภาพความจริงในชีวิตมากที่สุด
6. เทคโนโลยีการศึกษาทำให้เปิดโอกาสทางการศึกษาทั้งๆ การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย
บทบาทของเทคโนโลยีการศึกษา มีอยู่ 4 บทบาท ดังนี้
1. บทบาทด้านการจัดการ
2. บทบาทด้านการพัฒนา
3. บทบาทด้านทรัพยากร
4. บทบาทด้านผู้เรียน
ตัวอย่างเทคโนโลยีการศึกษาในปัจจุบัน
1. e-Learning หรือ Electronic Learning เป็นการเรียนผ่านทางสื่ออิเลคทรอนิกส์ซึ่งใช้การนำเสนอเนื้อหาทางคอมพิวเตอร์ในรูปของสื่อมัลติมีเดียได้แก่ ข้อความอิเลคทรอนิกส์ภาพนิ่ง ภาพกราฟิก วิดีโอ ภาพเคลื่อนไหว ภาพสามมิติฯลฯ
2. ห้องเรียนเสมือนจริง (Vitual Classroom) ห้องเรียนเสมือน เป็นการจัดสิ่งแวดล้อมในความว่างเปล่า (space) โดยอาศัยศักยภาพของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ เพื่อให้เป็นการจัดประสบการณ์เสมือนจริงแก่ผู้เรียน นอกจากนั้นยังมีสิ่งสนับสนุน อื่น ๆ ที่จะช่วยทำให้การมีปฏิสัมพันธ์แบบเผชิญหน้า ซึ่งบางโอกาสอาจจะเป็นไปไม่ได้หรือเป็นไปได้ยากนั้น สามารถกระทำได้เสมือนบรรยากาศการพบกันจริง ๆ กระบวนการทั้งหมดดังที่กล่าวมานี้ มิใช่เป็นการเดินทางไปที่โรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย แต่จะเป็นการเข้าถึงด้านการพิมพ์ การอ่านข้อความ หรือข้อมูลผ่านคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อเข้ากับระบบคอมพิวเตอร์ที่มีซอฟแวร์ เพื่อควบคุมการสร้างบรรยากาศแบบห้องเรียนเสมือน การมีส่วนร่วมจะเป็นแบบภาวะต่างเวลา ซึ่งทำให้มีผู้เรียน ในระบบห้องเรียนเสมือนสามารถเชื่อมต่อเข้าไปศึกษาได้ทุกที่ทุกเวลา
3. สื่อหลายมิติ เป็นสื่อประสมที่พัฒนามาจากข้อความหลายมิติ ซึ่งแนวความคิดเกี่ยวกับข้อความหลายมิติ (hypertext) นี้มีมานานหลายสิบปีแล้ว โดย แวนนิวาร์บุช (Vannevar Bush) เป็นผู้ที่มีความคิดริเริ่มเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยเขากล่าวว่าน่าจะมีเครื่องมืออะไรสักอย่างที่ช่วยในเรื่อง ความจำและความคิดของมนุษย์ที่จะช่วยให้เราสามารถสืบค้นและเรียกใช้ข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ได้หลาย ๆ ข้อมูลในเวลาเดียวกันเหมือนกับที่คนเราสามารถคิดเรื่องต่าง ๆ ได้หลายเรื่องในเวลาเดียวกัน
4. คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (CAI) มีส่วนคล้ายกับบทเรียนสำเร็จรูป แต่แตกต่างตรงที่บทเรียนสำเร็จรูปเป็นเอกสารสิ่งตีพิมพ์ คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (CAI) เป็นบทเรียนที่ทำขึ้นโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ อาจมีเสียงประกอบ คือโต้ตอบกับสื่อ ช่วยดึงดูดความสนใจของนักเรียนได้ดี
ประโยชน์ของเทคโนโลยีทางการศึกษา
1. ช่วยให้ผู้เรียนเรียนรู้ได้เร็วขึ้น
2. ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจบทเรียนเป็นรูปธรรม
3. ช่วยให้บรรยากาศการเรียนรู้สนุกสนาน
4. ช่วยให้บทเรียนน่าสนใจ
5. ช่วยลดเวลาในการสอน
6. ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย
แนวโน้มของเทคโนโลยีการศึกษา
การศึกษาในยุคเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่กำลังเฟื่องฟู การเชื่อมต่อแบบไร้สายสามารถทำได้ในทุกที่ของสัญญาณโทรศัพท์และไวไฟเข้าถึงจะทำให้โฉมหน้าของการศึกษาในอนาคตเปลี่ยนแปลงไป วิ่งที่เข้ามีเปลี่ยนแปลงการเรียนการสอนของครูอาจารย์ในอนาคตคือเทคโนโลยีการศึกษา โดยเฉพาะ สื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งแนวโน้มเทคโนโลยีการศึกษาทีจะมีบทบาทด้านต่างๆ ในอนาคต สื่อสังคมออนไลน์จะเป็นสื่อที่มีอิทธิพลสูงต่อการเรียนรู้ แท็ปเล็ตและโมบายเลินนิ่ง โปรแกรมออนไลน์ที่เป็นที่นิยม การเปลี่ยนแปลงทางการศึกษาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเป็นผลมาจากองค์ประกอบ 3 ประการ ดังนี้ ปัญหาหรือวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน และแนวโน้มของปัญหาที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต เอกลักษณ์ ค่านิยม และเจตคติในปัจจุบัน รวมถึงแนวโน้ม ความรู้และเทคโนโลยีที่มีอยู่ในปัจจุบัน และที่จะมีขึ้นในอนาคต มิลเลอร์ (Willam C. Miller , 1981 อ้างจาก ครรซิต มาลัยวงษ์ 2540 : 39) สรุปว่าการศึกษาในอนาคตจะเปลี่ยนแปลงไป ดังนี้ จัดเป็นการศึกษาในระบบน้อยลง ค่าใช้จ่ายจะต้องถูกลง สอนเรื่องที่ไม่เป็นประโยชน์มากขึ้น สอนเป็นระบบรายบุคคลมากขึ้น สอนในเรื่องที่เห็นจริงเห็นจังมากขึ้น สอนเรื่องเกี่ยวกับมนุษย์ธรรมมากขึ้น บทเรียนสนุกสนานมากขึ้น เป็นการเรียนตลอดชีวิต
สรุป
เทคโนโลยีการศึกษา คือ การนำความก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี ทั้งวัสดุ อุปกรณ์เครื่องมือเครื่องจักรกลไก รวมทั้งเทคนิควิธีการต่างๆ มาใช้ประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน เพื่อมุ่งหวังให้การเรียนการสอนเกิดประสิทธิผลสูงสุดต่อการเรียนรู้ต่อผู้ศึกษา ตามจุดมุ่งหมายและวัตถุประสงค์ของหลักสูตรนั้นๆ
การนำเอาเทคโนโลยีทางการศึกษาไปใช้ในกระบวนการเรียนการสอนนั้น เมื่อสถานการณ์ของการใช้เปลี่ยนแปลงไป เช่น ชั้นเรียนที่ผู้เรียนเปลี่ยนไป หรือเวลาที่ต่างกัน สิ่งเหล่านี้ มีผลต่อประสิทธิภาพของวิธีการที่ผู้สอนนำไปใช้ในการเรียนการสอนทั้งสิ้น ในกรณีที่ใช้วิธีการนั้นต่อไป ซึ่งนับว่าเป็นการใช้เทคโนโลยี แต่ในกรณีที่ประสิทธิภาพลดลง ก็มีความจำเป็นที่จะต้องปรับปรุงวิธีการนั้น ๆ หรืออาจต้องหาวิธีการใหม่ ๆ มาใช้ สิ่งใหม่ที่นำมาใช้หรือวิธีการที่ได้รับนำเอาการปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพนี้เรียกว่า นวัตกรรม (Innovation)
นวัตกรรมสิ่งใหม่เพื่อสร้างประโยชน์ให้สังคมชาติ
คำว่า "นวัตกรรม" หรือ นวกรรม มาจากคำภาษาอังกฤษว่า "Innovation" โดยคำว่า นวัตกรรม มีรูปศัพท์เดิมมาจากภาษาบาลี คือ นว+อตต+กรรม กล่าวคือ นว แปลว่า ใหม่ อัตต แปลว่า ตัวเอง และกรรม แปลว่า การกระทำ เมื่อรวมคำ นว มาสนธิกับ อัตต จึงเป็น นวัตต และ เมื่อรวมคำ นวัตต มาสมาส กับ กรรม จึงเป็นคำว่า นวัตกรรม แปลตามรากศัพท์เดิมว่า การกระทำที่ใหม่ของตนเอง หรือ การกระทำของตนเองที่ใหม่ (เสาวณีย์ สิกขาบัณฑิต, 2528)
คำว่า "นวกรรม" ที่มีใช้กันมาแต่เดิม มีรากศัพท์เดิมมาจากคำว่า นว แปลว่า ใหม่ กรรม แปลว่า การกระทำ จึงแปลตามรูปศัพท์เดิมว่าเป็นการปฏิบัติหรือการกระทำใหม่ๆ ในความหมายโดยทั่วไปแล้วสิ่งใหม่ๆ อาจหมายถึงความคิด วิธีปฏิบัติ วัตถุหรือสิ่งของที่ใหม่ ซึ่งยังไม่เป็นที่รู้จักมาก่อน คำว่านวัตกรรมนี้อาจมีผู้ใช้คำอื่นๆ อีก เช่น นวัตกรรม ความจริงแล้วก็เป็นคำ ๆ เดียวกันนั่นเอง Hughes (1971) อธิบายว่า นวัตกรรม เป็นการนำวิธีการใหม่ ๆ มาปฏิบัติหลังจากได้ผ่านการทดลองหรือได้รับการพัฒนามาเป็นขั้น ๆ แล้ว โดยมีขั้นตอนดังนี้
1. การคิดค้น (invention)
2. การพัฒนา (Development)
3. นำไปปฏิบัติจริง ซึ่งมีความแตกต่างจากการปฏิบัติเดิมที่เคยปฏิบัติมา
Everette M. Rogers (1983) ได้ให้ความหมายของคำว่า นวัตกรรม (Innovation) ว่า นวัตกรรมคือ ความคิด การกระทำ หรือวัตถุใหม่ ๆ ซึ่งถูกรับรู้ว่าเป็นสิ่งใหม่ๆ ด้วยตัวบุคคลเแต่ละคนหรือหน่วยอื่น ๆ ของการยอมรับในสังคม(Innovation is a new idea, practice or object, that is perceived as new by the individual or other unit of adoption)
การพิจารณาว่าสิ่งหนึ่งสิ่งใดเป็นนวัตกรรมนั้น Everette M. Rogers ได้ชี้ให้เห็นว่าขึ้นอยู่กับการรับรู้ของแต่ละบุคคลหรือกลุ่มบุคคลว่าเป็นสิ่งใหม่สำหรับเขา ดังนั้นนวัตกรรมของบุคคลกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งอาจไม่ใช่นวัตกรรมของบุคคลกลุ่มอื่น ๆ ก็ได้ ขึ้นอยู่กับการรับรู้ของบุคคลนั้นว่าเป็นสิ่งใหม่สำหรับเขาหรือไม่ อีกประการหนึ่งความใหม่ (newness) อาจขึ้นอยู่กับระยะเวลาด้วย สิ่งใหม่ๆ ตามความหมายของนวัตกรรมไม่จำเป็นจะต้องใหม่จริงๆ แต่อาจจะหมายถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่เป็นความคิดหรือการปฏิบัติที่เคยทำกันมาแล้วแต่ได้หยุดกันไประยะเวลาหนึ่ง ต่อมาได้มีการรื้อฟื้นขึ้นมาทำใหม่เนื่องจากเห็นว่าสามารถช่วยแก้ปัญหาในสภาพการณ์ใหม่นั้นได้ ก็นับว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งใหม่ได้ ดังนั้น นวัตกรรมอาจหมายถึงสิ่งใหม่ๆ ดังต่อไปนี้
1. สิ่งใหม่ที่ไม่เคยมีผู้ใดเคยทำมาก่อนเลย
2. สิ่งใหม่ที่เคยทำมาแล้วในอดีตแต่ได้มีการรื้อฟื้นขึ้นมาใหม่
3. สิ่งใหม่ที่มีการพัฒนามาจากของเก่าที่มีอยู่เดิม
สรุปความหมายของนวัตกรรม
หมายถึงความคิด การปฏิบัติ หรือสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ ที่ยังไม่เคยมีใช้มาก่อน หรือเป็นการพัฒนาดัดแปลงมาจากของเดิมที่มีอยู่แล้ว ให้ทันสมัยและใช้ได้ผลดียิ่งขึ้น เมื่อนำนวัตกรรมมาใช้จะช่วยให้การทำงานนั้นได้ผลดีมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูง กว่าเดิม
ลักษณะของนวัตกรรม คืออะไร?
-
การใช้งานที่แปลกใหม่และมีประโยชน์
-
มีความเกี่ยวข้องกับยุคสมัยหรือกลุ่มผู้ใช้
-
เป็นไอเดียที่เยี่ยมยอด ดำเนินการได้ดี และสื่อสารได้อย่างถูกต้อง
-
การดำเนินการของอะไรใหม่ๆ
-
การดำเนินการของไอเดียสร้างสรรค์ที่มีคุณค่า
-
อะไรก็ได้ที่ใหม่ มีประโยชน์ และน่าตื่นเต้น
ประเภทของนวัตกรรม
1. นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ (Product Innovation)
คือ การปรับปรุงผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นในเชิงพาณิชย์ที่ได้ให้ดีขึ้นหรือเป็นสิ่ง ใหม่ในตลาด นวัตกรรมนี้อาจจะเป็นของใหม่ต่อโลก, ต่อประเทศหรือแม้แต่ต่อองค์กร นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ นั้นยังสามารถถูกแบ่งออกเป็นผลิตภัณฑ์ที่จับต้องได้(tangible product) หรือสินค้าทั่วไปเช่นรถยนต์รุ่นใหม่, ทีวีที่ใช้เทคโนโลยีสูงหรือ‘High Definition TV(HDTV)’, ดีวีดีหรือ‘Digital Video Disc(DVD)’ และผลิตภัณฑ์ที่จับต้องไม่ได้ (intangible product) อาทิ เช่น การบริการ (services) เช่น เพกเก็จทัวร์อนุรักษ์ธรรมชาติ, ธุรกรรมการเงิน-ธนาคารโดยผ่านทางโทรศัพท์ (telephone finance banking)เป็นต้น
2. นวัตกรรมกระบวนการ (Process Innovation)
เป็นการเปลี่ยนแนวทาง หรือ วิธีการผลิตสินค้า หรือบริการ ให้การให้บริการในรูปแบบที่แตกต่างออกไปจากเดิม เช่น การผลิตแบบทันเวลาพอดี หรือ‘Just In Time (JIT)’ , การบริหารงานคุณภาพองค์กรรวมหรือ‘Total Quality Management (TQM)’, และ การผลิตแบบกระทัดรัดหรือ ‘ Lean Production ’ เป็นต้น
ตัวอย่างนวัตกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศสิ่งใหม่สมัยใหม่
1.ระบบบอกตำแหน่ง
ปัจจุบันมีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดหนึ่งที่ใช้บอกตำแหน่งบนพื้นที่โลกได้ที่รู้จักกันในชื่อของจีพีเอส (Global Positioning system: GPS ) ซึ่งจะทำงานร่วมกับดาวเทียมที่โคจรอยู่รอบโลก ในระดับความสูงประมาณ 20,200 กิโลเมตร ทำให้สามารถบอกตำแหน่งได้ทุกแห่งบนโลก โดยความแม่นยำจะขึ้นอยู่กับจำนวนดาวเทียมที่จีพีเอสทำงานร่วมกับสภาพอากาศ ในปัจจุบันได้นำระบบนี้มาใช้งานด้านต่างๆมากมาย เช่น การหาตำแหน่งบนพื้นที่โลก การนำมาสร้างเป็นระบบนำทาง(navigator system) การติดตามบุคคลหรือติดตามยานพาหนะ นอกจากนี้ระบบจีพีเอสยังสามารถนำมาใช้อ้างอิงเพื่อปรับเวลาได้ถูกต้อง โดยใช้เวลาจากดาวเทียมทุกดวงซึ่งมีเวลาตรงกัน
จีพีเอสนิยมใช้ในรถยนต์เพื่อเป็นระบบนำทาง โดยจะทำงานร่วมกับโปรแกรมแผนที่ที่บรรจุในตัวเครื่อง ปัจจุบันมีการนำระบบจีพีเอสไปติดตั้งในเครื่องพีดีเอ กล้องดิจิทัล และโทรศัพท์เคลื่อนที่ เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้งาน การใช้งานจีพีเอสเพื่อระบุตำแหน่งของโลกจำเป็นต้องติดต่อกับดาวเทียมอย่างน้อย3 ดวงในกรณีที่ต้องทราบความสูงของตำแหน่งจากพื้นที่โลกด้วย จะต้องติดต่อกับดาวเทียมอย่างน้อย 4 ดวง
2.อาร์เอฟไอดี
อาร์เอฟไอดี ( Radio Frequency Identificalion:RFID ) เป็นเทคโนโลยีที่ใช้คลื่นวิทยุในการอ่านข้อมูลอาร์เอฟไอดีถูกนำไปใช้ในงานต่างๆ เช่น ระบบป้องกันการขโมยสินค้าในร้านค้า ระบบอ่านบัตรประจำตัวพนักงาน ระบบเก็บค่าผ่านทางต่างๆ โครงสร้างของระบบประกอบด้วยส่วนย่อย 2 ส่วนคือ ทรานสปอนเดอร์(transponder) และเครื่องอ่าน(reader)
2.1 ทรานสปอนเดอร์ อุปกรณ์ตัวนี้มีลักษณะเป็นสลากหรือชิปติดอยู่บนหัววัตถุที่ต้องการอ่านข้อมูล เช่น ตัวสินค้า บัตรประจำตัว ผิวหนังสัตว์ หรือฝังอยู่ใต้ผิวหนัง บางครั้งเรียกทรานสปอนเดอร์ว่า แท็ก (tag)
2.2 เครื่องอ่าน เครื่องอ่านเป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่อ่าน หรือทั้งอ่านและเขียนข้อมูลไปยังทรานสปอนเดอร์ โดยมใช้คลื่นความถี่วิทยุตามมาตรฐานอาร์เอพไอดีที่ขึ้นอยู่กับการนำไปใช้งาน เคริ่องอ่านบางชนิดเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ เพื่อช่วยในการประมวลผล เมื่อทรานสปอนเดอร์อยู่ในพื้นที่บริการของเครื่องอ่าน ทร่านสปอนเดอร์จะอยู่ในสถานะทำงาน แต่ถ้าทรานสปอนเดอร์ไม่อยู่ในพื้นที่บริการจะไม่มีการทำงานใดๆเกิดขึ้น ถ้าแบ่งทรานสปอนเดอร์ตามแหล่งจ่ายพลังงานจะแบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ แบบมีแหล่งจ่ายพลังงานไฟฟ้าภายใน และแบบไม่มีแห่ลงจ่ายพลังงานไฟฟ้าแต่จะรับคลื่นวิทยุจากตัวอ่าน และเหนี่ยวนำให้เกิดพลังงานไฟฟ้าให้ใช้ขึ้นมาเอง ในปัจจุบันมีการประยุกต์ใช้อาร์เอฟไอดีในหลายด้าน มีการออกแบบทรานสปอนเดอร์ลักษณะต่างๆให้เหมาะสมกับการใช้งาน
3.เทคโนโลยีบรอดแบนไร้สาย
ระบบสื่อสารมีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องปัจจุบันมีเทคโนโลยีแบบไร้สายที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เช่น โทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ใช้ระบบจีเอสเอ็ม(Global System for Mobile Communication:GSM ) การพัฒนาโทรศัพท์เคลื่อนที่นั้นพัฒนามาหลายรุ่น เทคโนโลยีที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมีตั้งแต่ยุคที่2(2G) จนถึงยุคที่3(3G) โดยโทรศัพท์เคลื่อนที่ในยุค2G เริ่มมีการบีบอัดสัญญาณเสียงในรูปแบบดิจิทัลแต่การรับส่งข้อมูลนั้นยังม่มีประสิทธิภาพมากนักต่อมาผู้ให้บริการมีการตอบสนองความต้องการด้านการรับส่งข้อมูลให้กับลูกค้า โดยพัฒนามาเป็นยุคของ2.5G มีการนำระบบจีพีอาร์เอส (General Packet Radio service: GPRS ) มาใช้ร่วมกับระบบจีเอสเอ็มทำให้โทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ใช้ในระบบนี้สามารถรับส่งข้อมูลและเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้
ผู้ให้บริการโทรศัพท์ที่นำเทคโนโลยีจีพีอาร์เอสมาใช้จะต้องมีการปรับการทำงานของเครือข่ายโดยการนำซอฟต์แวร์และอุปกรณ์เพิ่มเข้าไปในระบบเพื่อแยกเส้นทางที่ส่งเสียงข้อมูลเสียงพูดออกจากเส้นทางที่ใช้ส่งข้อมูล เทคโนโลยีจีพีอาร์เอสนี้สามารถสื่อสารข้อมูลได้ด้วยความเร็วสูงสุด171.2 กิโลบิตต่อวินาที
ต่อมาได้มีการปรับปรุงระบบจีพีอาร์เอสให้มีความเร็วในการสื่อสารสูงขึ้นถึง 384 กิโลบิตต่อวินาที เทคโนโลยีนี้มีชื่อว่าเอจ(Enhanced Data Rates for Global Evolution:EDGE ) ซึ่งจัดอยู่ในยุค 2.75G
ถ้าหากพิจารณาการนำเทคโนโลยีของโทรศัพท์เคลื่อนที่มาใช้ในการรับส่งข้อมูลที่ไม่ใช่เสียงแล้วเครือข่ายแบบจีพีอาร์เอส สามารถใช้บริการรับส่งไฟล์รูปภาพ เสียงเพลง หรือไฟล์มัลติมิเดียต่างๆได้ดีขึ้น
4.เทคโนโลยี 4G
ในอนาคตเทคโนโลยี 3G อาจมีความเร็วและคุณภาพของการส่งข้อมูลไม่เพียงพอที่จะตอบสนองความต้องการของโปรแกรมประยุกต์ที่ต้องทำงานด้วยความเร็วสูง จึงมีการพัฒนาระบบ 4G ที่ทำให้ส่งข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ตด้วยความเร็วที่สูงกว่า 3G มีการให้บริการที่มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น โดยกำหนดอัตราในการส่งข้อมูลไม่ต่ำกว่า 100 เมกะบิตต่อวินาที
5.นวัตกรรมสื่อการสอน
เนื่องจากมีความก้าวหน้าของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์เครือข่ายและเทคโนโลยี โทรคมนาคม ทำให้นักการศึกษาพยายามนำศักยภาพของเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้ในการผลิตสื่อการเรียนการสอนใหม่ๆ จำนวนมากมาย ทั้งการเรียนด้วยตนเองการเรียนเป็นกลุ่มและการเรียนแบบมวลชน ตลอดจนสื่อที่ใช้เพื่อสนับสนุนการฝึกอบรม ผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ตัวอย่าง นวัตกรรมสื่อการสอน ได้แก่ คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (CAI)
สรุป
นวัตกรรม ความคิดหรือการกระทำใหม่ๆ ที่นำมาใช้ในการแก่ปัญหาหรือปรับปรุงงานให้ได้ผลดียิ่งขึ้น นวัตกรรม เทคโนโลยีและสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ สามารถเข้ามาช่วยพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของทุกคนให้ดีขึ้นได้
ความสัมพันธ์ของเทคโนโลยีและนวัตกรรม คือ การให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยความคิดหรือการกระทำใหม่ ๆ จะถูกนำมาใช้ก่อนจนกว่าจะถูกให้เป็นส่วนหนึ่งของระบบ งานในปัจจุบัน ดังนั้นความคิดหรือการกระทำใหม่ ๆ ที่เรียกว่านวัตกรรมจะกลายเป็นเทคโนโลยีทันที
นวัตกรรม เป็นความคิดหรือการกระทำใหม่ๆ ซึ่งนักวิชาการหรือผู้เชี่ยวชาญ ผู้บริหาร พนักงาน หรือแม้แต่คนทุกคนในสังคมในแต่ละวงการจะมีการคิดและทำสิ่งใหม่อยู่เสมอ ดังนั้น นวัตกรรมจึงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นใหม่ได้เรื่อยๆ ตราบใดที่มนุษย์ยังมีความปรารถนาใหม่ หรือต้องการค้นคิดหาวิธีการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น โดยสิ่งใดที่คิดและทำมานานแล้ว
|
|
|
| |
|
|
|
รายละเอียดผู้เขียนบทความ blog
|
blog name :
เจ้าของ blog :
อาชีพ :
สถานที่ทำงาน :
จำนวนบทความใน blog :
ระดับของ blog :
|
thanachit
ธนชิต พื้นงาม
18/7/2518
สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน18 อุดรธานี
3 เรื่อง
[ มือใหม่ ]
|
|
|
|
 |
|
 |
กำลังแสดงหน้าที่ 1/0 ->
<<
1
>>
ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของระบบไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งที่ krukacha932@gmail.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป
|
|
|
 |  |  |
|